บิล เกตส์ จากนักศึกษาฮาร์วาร์ดสู่เจ้าพ่อซอฟต์แวร์ โลกเปลี่ยนเพราะวิสัยทัศน์ของเขา
ย้อนกลับไปในยุคที่คอมพิวเตอร์ยังเป็นเครื่องมือขนาดใหญ่ ราคาแพงและสงวนไว้สำหรับองค์กรหรือสถาบันวิจัยเพียงไม่กี่แห่ง ไม่มีใครคาดคิดว่าในอนาคตอันใกล้ คอมพิวเตอร์จะกลายเป็นของใช้ประจำบ้านที่สำคัญพอ ๆ กับโทรทัศน์หรือตู้เย็น แต่มีชายคนหนึ่งที่มองเห็นสิ่งนี้ได้ก่อนใครและเขาคือ บิล เกตส์
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และต้นศตวรรษที่ 21 ไม่มีบริษัทเทคโนโลยีใดที่ทรงอิทธิพลมากไปกว่า Microsoft ซอฟต์แวร์ของบริษัทครอบครองตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ Windows ไปจนถึงชุดโปรแกรม Microsoft office ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของการทำงานในยุคนั้น ความสำเร็จนี้ทำให้เกตส์ก้าวขึ้นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลสูงสุด
เกตส์ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักธุรกิจ เขาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นสถาบันระดับแนวหน้าของโลก แต่ระหว่างเรียนอยู่ เขามองเห็นแนวโน้มสำคัญของอนาคต นั่นคือ ‘คอมพิวเตอร์จะต้องอยู่ในทุก ๆ บ้าน’ ซึ่งในทศวรรษที่ 1970 เป็นแนวคิดที่แทบไม่มีใครเชื่อ
ในเวลานั้น คอมพิวเตอร์ยังใหญ่เทอะทะและใช้งานยาก แต่เกตส์และเพื่อนร่วมงานของเขาเชื่อว่า ถ้าสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ได้ คอมพิวเตอร์จะกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ระบบปฏิบัติการ จึงเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดนี้
ไม่นานหลังจากเข้าเรียน เกตส์ตัดสินใจเดิมพันอนาคตของตัวเอง เขาเริ่มพัฒนาและขายซอฟต์แวร์ขณะที่ยังเรียนอยู่ แต่ Microsoft เติบโตอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะจัดการไปพร้อมกับการเรียน ผลที่ตามมา คือ เขาต้องเลือกระหว่างสองทาง นั่นคือ เรียนต่อหรือสร้างอนาคต ท้ายที่สุด เขาก็ตัดสินใจดร็อปออกจากฮาร์วาร์ดเพื่อทุ่มเทให้กับไมโครซอฟท์เต็มตัว
Microsoft เริ่มต้นจากบริษัทเล็ก ๆ ที่พัฒนาซอฟต์แวร์พื้นฐานให้กับคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งพวกเขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญ คือ การพัฒนาระบบปฏิบัติการสำหรับคอมพิวเตอร์ของ ‘IBM’ สิ่งนี้นำไปสู่การสร้าง ‘DOS’ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
เมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเริ่มแพร่หลาย Microsoft ก็เปิดตัว Windows ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายกว่า DOS และสามารถรองรับซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น Windows กลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมและช่วยให้ Microsoft ครองตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
นอกจากระบบปฏิบัติการแล้ว Microsoft office ก็เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้มหาศาล ชุดซอฟต์แวร์นี้กลายเป็นเครื่องมือที่องค์กรและบุคคลทั่วโลกใช้สำหรับทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร งานคำนวณ หรือพรีเซนเทชัน
ความสำเร็จของ Microsoft ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะ เกตส์เรียนไม่จบ แต่มาจากวิสัยทัศน์ของเขาที่มองเห็นโลกในแบบที่ยังไม่มีใครมองเห็นและการลงมือทำก่อนที่คนอื่นจะเข้าใจถึงความสำคัญของซอฟต์แวร์
เมื่อเรื่องราวของบิล เกตส์ถูกพูดถึง หลายคนมักเน้นว่า “เขาเรียนไม่จบ แต่กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก” ซึ่งทำให้เกิดแนวคิดผิด ๆ ว่าการเรียนไม่จบ คือ หนทางสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เกตส์ไม่เคยสนับสนุนให้ใครดร็อปเรียน
ในหนังสือชีวประวัติ ‘Source Code’ เกตส์เปิดเผยว่า เขาไม่ได้ตั้งใจจะลาออกจากฮาร์วาร์ด แต่ต้องทำเพราะไม่มีทางเลือก และที่สำคัญ เขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เรียนจนจบ
จริง ๆ แล้ว เกตส์พยายามหาคนมาช่วยบริหาร Microsoft เพื่อที่เขาจะสามารถกลับไปเรียนต่อ แต่ในเวลานั้นไม่มีใครสามารถรับช่วงต่อได้ ทำให้เขาต้องเสียสละการศึกษาเพื่อมาสร้างบริษัท
“ถ้าคุณออกจากมหาวิทยาลัยแล้วไม่ประสบความสำเร็จเหมือนผม คุณจะเจอปัญหาใหญ่ เพราะโลกธุรกิจไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่ไม่มีแผนสำรอง” นี่คือคำเตือนจากเกตส์เอง
หลายคนสงสัยว่าหากเกตส์เลือกเรียนให้จบแล้วค่อยก่อตั้งไมโครซอฟท์ เขาจะยังกลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหรือไม่ ? คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ การตัดสินใจของเกตส์ในช่วงเวลานั้นสร้างได้ประวัติศาสตร์
สิ่งที่ทำให้ Microsoft เป็นบริษัทอันดับหนึ่ง ไม่ใช่เพราะ เกตส์เรียนไม่จบ แต่เพราะเขามีวิสัยทัศน์และกล้าตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม หากเขารอจนเรียนจบ อาจมีคนอื่นมองเห็นโอกาสก่อน และ Microsoft อาจไม่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยี
ดังนั้น เรื่องราวของเกตส์เป็นมากกว่าตำนานของ ‘เศรษฐีเรียนไม่จบ’ เขาเป็นตัวอย่างของคนที่มองเห็นอนาคตก่อนใคร ลงมือทำ และเสี่ยงกับการตัดสินใจครั้งใหญ่
แต่สิ่งที่เขาย้ำเสมอ คือ การศึกษามีคุณค่าและการประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนไม่จบ แต่อยู่ที่การมองเห็นโอกาสและลงมือทำ
หากย้อนเวลากลับไป เกตส์อาจเลือกเรียนให้จบหากมีทางเลือก แต่ในโลกความเป็นจริง เขาต้องเลือกเส้นทางที่ไม่มีใครเคยเดินมาก่อน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของศตวรรษ
<< ติดตามหนังดี ซีรีส์ดังก่อนใครได้ที่ www.uhdmax.net | www.inwiptv.org >>