รีวิว Zero Dark Thirty (2012) ปิดบัญชีแค้นฉบับตัวแม่ เมื่อความยุติธรรมไม่สนสีผิวหรือศีลธรรม
ถ้าใครกำลังมองหาหนังสายลับแบบบู๊ล้างผลาญยิงกันสนั่นหูดับตับไหม้ ขอให้วางแก้วแล้วฟังทางนี้ก่อน เพราะ Zero Dark Thirty (2012) ของป้า แคทริน บิเกโลว์ เขามาแนว “…ตึง ขรึม และดิบ…” เหมือนเพื่อนที่พกความแค้นมาเต็มอก แต่นั่งจิบเหล้าเงียบ ๆ รอเวลาเช็คบิลนั่นเเหละ

หนังพาเราไปเกาะติดชีวิต มายา (รับบทโดย เจสสิกา แชสเทน) สาวผมแดงที่แต่งตัวเนี้ยบกริบเหมือนหลุดมาจากปก Vogue แต่ดันต้องมาลุยแดนเถื่อนในปากีสถานเพื่อภารกิจเดียวในชีวิต คือ การตามล่า โอซามา บิน ลาดิน ที่กินเวลาเป็นทศวรรษ
ความแสบของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การนำเสนอฉากทรมานที่ทำเอาคนดูหายใจติดขัด หนังเลือกที่จะแทงกั๊กแบบเนียน ๆ ว่าตกลงการทรมานมันได้ผลจริงหรือเปล่า ในขณะที่โลกสวยบอกว่าข้อมูลได้มาจากการนั่งจัดระเบียบเอกสารตามหลักมนุษยธรรม แต่หนังก็ดันแอบกระซิบข้างหูเราว่า “…ถ้าไม่มีข้อมูลที่เค้นมาด้วยเลือดในวันนั้น วันนี้จะมีเบาะแสไหมล่ะ ?…” มันคือความ Slippery ที่ชวนให้คนดูตั้งคำถามกับศีลธรรมในใจตัวเองว่า เรายอมรับความโหดร้ายได้แค่ไหนเพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่าชัยชนะ
แต่ก็นะ ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้เขามีความเป็นทีมเจ้าบ้านแบบสุดลิ่มทิ่มประตู หนังโฟกัสไปที่ความเก่งกาจและดื้อรั้นของ CIA จนเกือบจะลืมคนตัวเล็กตัวน้อยหรือผู้ช่วยชาวท้องถิ่นที่ต้องรับกรรมแทนหลังจากภารกิจเสร็จสิ้น มันคือหนังที่สร้างมาเพื่อสดุดีฝั่งผู้ชนะอย่างแท้จริง จนบางครั้งแอบคิดว่าถ้าเพิ่มความมีมิติหรือความย้อนแย้งเหมือนในซีรีส์ Homeland สักนิด หนังน่าจะกลมกล่อมกว่านี้เยอะ

แต่ถึงอย่างนั้น ฉากบุกจู่โจมตอนท้ายก็ยังคงเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซที่เนี้ยบ นิ่ง และบีบคั้นอารมณ์จนลืมหายใจอยู่วันยังค่ำนั่นเเหละ
📺 Zero Dark Thirty (2012) : 7️⃣.5️⃣ / 🔟
เป็นงานศิลปะที่เนี้ยบกริบและระทึกขวัญระดับพรีเมียม แต่ในแง่ของอารมณ์ร่วมมันกลับแห้งแล้งไปนิด เหมือนกินเหล้าเพียวแบบไม่มีน้ำแข็ง เข้มข้นถึงใจ กระแทกแรง แต่ขาดรสสัมผัสที่ทำให้เราอยากกลับไปละเลียดซ้ำบ่อย ๆ อืม… นะ

<< ติดตามหนังดี ซีรีส์ดังก่อนใครได้ที่ www.uhdmax.net | www.inwiptv.org >>






