slider2
slider2
previous arrow
next arrow
รีวิว Black Hawk Down (2001) สมรภูมิเดือดที่สลัดไม่หลุดกับนรกกลางเมืองที่ไม่มีที่ว่างให้หายใจ

รีวิว Black Hawk Down (2001) สมรภูมิเดือดที่สลัดไม่หลุดกับนรกกลางเมืองที่ไม่มีที่ว่างให้หายใจ

ถ้าใครติดตามรสนิยมการดูหนังของเรามาตลอด คงรู้ดีว่าเราไม่ใช่คอหนังสงครามสักเท่าไหร่ เพราะเบื่อความจำเจของสูตรสำเร็จที่มักจะขายดราม่าฟูมฟายหรือเชิดชูฮีโร่จนเลี่ยนเกินความจำเป็น (เเต่หลัง ๆ มาก็นำมารีวิวอยู่หลายเรื่องเหมือนกันนะ 555+)

Black Hawk Down

แต่สำหรับ Black Hawk Down (2001) ของ ป๋าริดลีย์ สกอต มันคือข้อยกเว้นที่ดึงเราให้กลับมาติดหนึบได้อีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ก่อนจะหยิบมาดูรอบนี้ เราจะแอบเผื่อใจไว้ว่ามันอาจจะเชยไปแล้วหรือเปล่า แต่กลายเป็นว่าความระห่ำของมันยังทำงานได้ทรงพลังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

เสน่ห์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ต่างจากหนังสงครามทั่ว ๆ ไป คือ เซตติ้งที่ไม่ได้พาเราเข้าป่าทึบหรือสมรภูมิโล่งกว้าง แต่มันโยนเราลงไปกลางเมืองหนึ่งในโซมาเลียที่อัดแน่นไปด้วยตึกรามบ้านช่องซอกซอยที่เหมือนรังมด แฝงไปด้วยอันตรายที่พร้อมจะโผล่มาทักทายจากทุกมุมตึกท่ามกลางฝุ่นคลุ้งและแสงแดดแผดเผา

จุดนี้เองที่เปลี่ยนจากภารกิจจู่โจม “…ชิล ๆ” ของพี่กันเพื่อไปจับตัว วอร์ลอร์ด ในปี 1993 ให้กลายเป็นฝันร้ายที่สลัดไม่หลุด เมื่อเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ถูกสอยร่วงลงกลางดงศัตรู จนกลายเป็นมหกรรมวิ่งสู้ฟัดที่ทหารอเมริกันต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากคลื่นมหาชนที่โกรธแค้น

สิ่งที่ต้องชื่นชมจริง ๆ คือ สไตล์งานภาพที่ ริดลีย์ สกอต จงใจวางกล้องไว้กลางสมรภูมิเพื่อให้เราสัมผัสถึงความโกลาหลแบบเรียลไทม์ แม้มันจะดูสั่นไหวและไม่สะอาดตาเหมือนหนังบล็อกบัสเตอร์ทั่วไป แต่นี่แหละคือหัวใจของความดิบที่ควรจะเป็น ยิ่งบวกกับการย้อมสีภาพออกโทนเหลืองเขียว มันยิ่งเสริมความรู้สึกร้อนระอุและกดดันจนเราแทบจะได้กลิ่นดินปืนลอยออกมาจากหน้าจอยังไงยังงั้น

ส่วนเรื่องงานเสียงบอกเลยว่าจัดเต็มจนถ้าคุณปิดตาฟัง คุณจะรู้สึกเหมือนมีกระสุนพุ่งเฉียดหูอยู่ในห้องรับแขกบ้านตัวเองเลยทีเดียว 555+

ในส่วนของทีมนักแสดง แม้หนังจะขนตัวท็อปมาเพียบ ทั้ง ยวน แม็คเกรเกอร์, อีริก บานา หรือ วิลเลียม ฟิชต์เนอร์ แต่เชื่อเหอะว่าพอผ่านไปสักครึ่งชั่วโมง คุณจะเริ่มแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร เพราะทุกคนจะกลายเป็นเพียงฟันเฟืองในความบ้าคลั่งที่ต้องวิ่งวุ่นเอาตัวรอด

ซึ่งส่วนตัวเเล้วเรามองว่านี่คือจุดเด่นนะ เพราะหนังไม่ได้พยายามขายมิติตัวละครที่ลึกซึ้งจนน่ารำคาญ แต่มันกลับขายประสบการณ์ร่วมในวินาทีชีวิตที่ความวุ่นวายอยู่เหนือการควบคุมทุกอย่าง

น่าเสียดายที่หนังแนวเน้นอารมณ์ดิบ ๆ สด ๆ แบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในวงกว้างเหมือนเมื่อก่อน เพราะคนส่วนใหญ่มักโหยหาเรื่องราวที่ย่อยง่ายและชัดเจน แต่ Black Hawk Down พิสูจน์ให้เห็นเเล้วว่า ความลุ้นระทึกแบบไม่ต้องมีบทสรุปสวยหรูมันขยี้ใจได้ขนาดไหน แม้จะมีกลิ่นอายความน้ำเน่าสไตล์ฮอลลีวูดปนมาบ้างประปราย แต่มันก็ถูกกลบด้วยจังหวะการตัดต่อที่ฉับไวและพล็อตเรื่องที่เดินหน้าลุยแหลกจนเราไม่มีเวลาไปจับผิด

ดังนั้นเเล้ว หนังเรื่องนี้ คือ บทเรียนราคาแพงของความมั่นหน้าและความผิดพลาดในประวัติศาสตร์ที่ถูกนำมาตีแผ่ได้โคตรถึงใจดีนักเเล

📺 Black Hawk Down (2001) : 8️⃣.5️⃣ / 🔟

เหตุผลน่ะเหรอ! ก็เพราะมันคือหนังที่ทำให้คุณเหนื่อยเหมือนออกไปวิ่งรบมาเองจริง ๆ แม้จะเริ่มเรื่องได้เนิบนาบไปนิด แต่พอเครื่องติดปุ๊บเท่านั้นเเหละ ความมันส์ระดับนรกแตกก็ทำงานทันทีจนลืมเวลาไปเลย

ใครอยากหาอะไรกระตุ้นอะดรีนาลีนแบบที่ไม่ต้องคิดเยอะเรื่องทฤษฎี แต่เน้นเสพความบ้าคลั่งของสงครามแบบเน้น ๆ ต้องจัดด่วนเลยจ้าาา

<< ติดตามหนังดี ซีรีส์ดังก่อนใครได้ที่  www.uhdmax.net | www.inwiptv.org >>