slider2
previous arrow
next arrow
ลิซ่า เผยเรื่องราวชีวิต เส้นทางสู่ความสำเร็จ และบทเรียนสำคัญผ่านสารคดีเรื่องใหม่

ลิซ่า เผยเรื่องราวชีวิต เส้นทางสู่ความสำเร็จ และบทเรียนสำคัญผ่านสารคดีเรื่องใหม่

ลิซ่า สมาชิกวง BLACKPINK ได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังเส้นทางชีวิตและการทำงานในสารคดีเรื่องใหม่ Always Lalisa ซึ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว โดยถ่ายทอดทั้งความท้าทายในการทำงานเดี่ยว การสร้างค่ายเพลงของตัวเอง และการทำอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก Alter Ego

ลิซ่า เผยในงานเปิดตัวสารคดีที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (TIFF) เมื่อเดือนกันยายนว่า เธอรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองให้แฟน ๆ ที่มีความฝันได้เห็น พร้อมหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนเหล่านั้น

สารคดีกำกับโดย ซูคิม และเผยให้เห็นเรื่องราวสำคัญหลายแง่มุมในชีวิตของ ลิซ่า ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในวัยเด็กไปจนถึงประสบการณ์ที่เธอไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน

ลิซ่า

1. ลิซ่า เคยฝันอยากเป็นครูสอนเต้น

ลิซ่า เปิดเผยว่า ในวัยเด็กเธอเคยใฝ่ฝันอยากเป็นครูสอนเต้นเหมือนกับ ครูนก ซึ่งเป็นครูผู้มีบทบาทสำคัญในชีวิต แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อครูสนับสนุนให้เธอก้าวออกจากการเต้นที่คุ้นเคย แล้วลองแสดงความสามารถด้านการร้องเพลงด้วย

ทางด้าน จิตรทิพย์ บรู๊ชวายเลอร์ คุณแม่ของ ลิซ่า เล่าว่า ครูนก เป็นผู้ปลูกฝังวินัย ความอดทน และการรับมือกับแรงกดดันให้ลูกสาว พร้อมเชื่อว่าครูมองเห็นศักยภาพในตัว ลิซ่า ที่แม้แต่เธอเองก็ยังไม่เคยสังเกตเห็น

ต่อมา ลิซ่า ก็เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันร้องเพลงควบคู่ไปกับการเต้น ก่อนที่โอกาสออดิชันของ YG Entertainment ในประเทศไทยจะมาถึง เธอสามารถบอกข่าวดีเรื่องการผ่านคัดเลือกเป็นเด็กฝึกให้ ครูนก รับรู้ได้ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

2. เผยรักครั้งแรกที่เก็บเป็นความลับ

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ คือ ลิซ่า เปิดเผยว่า เพลง Dream จากอัลบั้ม Alter Ego ได้แรงบันดาลใจจากรักครั้งแรกของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออายุ 25 ปี

ลิซ่า ยอมรับว่า ในช่วงที่ทำเพลง เธอกังวลว่าการเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์อาจส่งผลกระทบต่อความนิยมของ BLACKPINK จึงเคยคิดว่าหากความรักกลายเป็นปัญหา เธอก็พร้อมจะยุติความสัมพันธ์นั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อโตขึ้น… เธอเริ่มตั้งคำถามว่าการต้องปกปิดเรื่องความรักเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นหรือไม่ ? โดย ลิซ่า ยังเล่าว่าเธอได้ติดต่อคนรักเก่าเพื่อบอกเกี่ยวกับเพลงดังกล่าว ซึ่งอีกฝ่ายก็ยินยอม ตราบใดที่แฟน ๆ ไม่รู้ว่าเพลงนี้เกี่ยวข้องกับใคร

3. ไมค์ ไวต์ เคยลังเลที่จะให้ ลิซ่า ร่วมแสดงใน The White Lotus

ก่อนจะได้รับบท มุก ในซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ลิซ่า ต้องเผชิญกับความกังวลจากทีมงานบางส่วนเกี่ยวกับการนำศิลปินระดับโลกมาร่วมแสดง

ไมค์ ไวต์ ผู้สร้างซีรีส์ ยอมรับว่าในตอนแรกเขาไม่คุ้นเคยกับ BLACKPINK มากนัก และกังวลว่าการเลือก ลิซ่า อาจถูกมองว่าเป็นการดึงคนดังมาสร้างกระแสให้กับซีรีส์ ขณะที่ เดวิด เบอร์แนด ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร เผยว่าทีมงานกังวลเรื่องความปลอดภัย การรักษาความเป็นส่วนตัว และความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นจากความนิยมของเธอ

แต่หลังจากได้พบ ลิซ่า และคุณแม่ด้วยตัวเอง ไมค์ ไวต์ ก็เปลี่ยนมุมมองไป โดยกล่าวว่า ลิซ่า ไม่ได้มีท่าทีของคนที่กำลังได้รับความสนใจจากคนภายนอกอย่างล้นหลาม พร้อมยืนยันว่าบท มุก เหมาะกับเธออย่างแท้จริง

4. ลิซ่า เปิดใจถึงประเด็น N-word และกล่าวขอโทษอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญที่ ลิซ่า พูดถึงในสารคดี คือ คลิปเก่าจากช่วงเป็นเด็กฝึกของ BLACKPINK ซึ่งเธอใช้คำเหยียดเชื้อชาติที่เรียกว่า N-word ระหว่างการแสดงแร็ปให้ผู้บริหารค่ายดู ก่อนคลิปดังกล่าวจะกลับมาเป็นกระแสในช่วงที่เธอกำลังเตรียมขึ้นแสดงเดี่ยวบนเวที Coachella

ลิซ่า ได้อธิบายว่า ขณะนั้นเธอมีอายุเพียงประมาณ 15–16 ปี และได้รับมอบหมายให้ฝึกแร็ปด้วยการคัฟเวอร์เพลงต่าง ๆ เธอเติบโตในประเทศไทยและภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรก จึงยังไม่เข้าใจความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับคำดังกล่าวในเวลานั้น

ทั้งนี้ ลิซ่า ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นเรื่องผิดและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวขอโทษอีกครั้งในการให้สัมภาษณ์กับ Variety ที่งาน TIFF โดยยืนยันว่าปัจจุบันเธอได้เรียนรู้และเข้าใจแล้วว่าไม่ควรใช้คำนี้อีก

ลิซ่า ยังเผยว่า แม้เธอต้องการมุ่งความสนใจไปที่การแสดง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้และเธอก็พยายามก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาให้ได้

ดังนั้น สารคดี Always Lalisa จึงไม่ได้ถ่ายทอดเพียงความสำเร็จของ ลิซ่า ในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่ยังเปิดเผยความฝัน ความรัก ความผิดพลาด และบทเรียนที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจมากขึ้นในวันนี้

<< ติดตามหนังดี ซีรีส์ดังก่อนใครได้ที่  www.uhdmax.net | www.inwiptv.org >>