Gen Z กับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป
ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หนึ่งในกลุ่มผู้ใช้ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือ Gen Z หรือคนที่เกิดระหว่างปี 1997-2012 พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดีย ทำให้มีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าการบริโภคสื่อ การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของพวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลกดิจิทัล
วิดีโอสั้นกลายเป็นสื่อหลัก
Gen Z ไม่ได้เติบโตมากับโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์เหมือนคนรุ่นก่อน แต่พวกเขาผูกพันกับวิดีโอสั้นจากแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts มากกว่าการอ่านบทความหรือโพสต์ข้อความยาว ๆ
สื่อรูปแบบนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความรวดเร็วและความบันเทิงไปพร้อมกัน รายงานจาก Statista ระบุว่า กว่า 73% ของ Gen Z ใช้ TikTok เป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลแทน Google โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เทรนด์แฟชั่น และรีวิวสินค้า นี่เป็นสัญญาณว่าการเสพข้อมูลของพวกเขากำลังเปลี่ยนทิศทางจากการอ่านไปสู่การดูและฟังเเทน
การสื่อสารแบบใหม่ : หลีกเลี่ยงการโทรและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว
หากเปรียบเทียบกับคนรุ่นก่อนที่ใช้การโทรศัพท์เป็นเครื่องมือหลักในการติดต่อสื่อสาร Gen Z กลับรู้สึกไม่ชอบการโทร เพราะมองว่าเป็นการรบกวนและไม่มีเวลาคิดคำตอบล่วงหน้า พวกเขาหันไปใช้ ข้อความแชท, Voice Note หรือแม้แต่ GIF และ Emoji ในการสื่อสารแทน
นอกจากนี้ Gen Z ยังเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูงมาก หลายคนตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียเป็น Private Mode หรือเลือกใช้แอปที่ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเริ่มหันมาใช้ VPN มากขึ้นเพื่อลดการถูกติดตามจากแพลตฟอร์มออนไลน์
AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่อยู่ห่างไกลสำหรับ Gen Z แต่เป็นเครื่องมือที่พวกเขาใช้งานเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini หรือ Copilot ที่ช่วยทำการบ้าน คิดไอเดียคอนเทนต์ หรือแม้แต่ช่วยเขียนเรซูเม่สมัครงาน เรียกว่า AI กำลังกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการงานและชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Metaverse และโลกเสมือนจริงเริ่มเข้ามามีบทบาท
แม้ว่าแนวคิดของ Metaverse ยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ Gen Z เป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจและพร้อมจะทดลองใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมใน VR (Virtual Reality) ใช้ AR Filter บนโซเชียลมีเดียหรือแม้แต่การเข้าร่วมงานประชุมและกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มเสมือน นี่เป็นสัญญาณว่าในอนาคตโลกดิจิทัลอาจไม่ใช่แค่การนั่งจ้องหน้าจอ แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงที่สามารถโต้ตอบได้
พฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไป : การซื้อของผ่านโซเชียลมีเดียและไลฟ์สด
Gen Z เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการช้อปปิ้งแตกต่างจากคนรุ่นก่อน พวกเขาไม่ได้เดินเข้าห้างเพื่อเลือกซื้อสินค้า แต่พึ่งพาโซเชียลมีเดียเป็นหลักในการตัดสินใจซื้อ สินค้าที่พวกเขาสนใจมักมาจากรีวิวใน TikTok, Instagram และ YouTube แพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop และ Shopee Live ได้รับความนิยมสูง เพราะพวกเขามองว่าการซื้อของผ่านไลฟ์สดทำให้รู้สึกเหมือนได้ทดลองใช้สินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ รายงานจาก Forbes พบว่า 76% ของผู้บริโภค Gen Z ตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะเห็นรีวิวหรือโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย มากกว่าการไปซื้อเองที่ร้าน
Gen Z กับการหารายได้ผ่านโลกออนไลน์
เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสำหรับความบันเทิงหรือการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นช่องทางหารายได้หลักของ Gen Z หลายคนเลือกที่จะเป็น ครีเอเตอร์, สตรีมเมอร์, ฟรีแลนซ์ หรือแม้แต่เทรดเดอร์คริปโต การทำงานแบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์คนรุ่นนี้ พวกเขาต้องการอิสระในการทำงาน และมองว่าการหารายได้จากออนไลน์สามารถให้ความยืดหยุ่นและสร้างรายได้แบบไร้ขีดจำกัด
Gen Z กำลังเปลี่ยนโลกเทคโนโลยีไปอย่างไร ?
เมื่อมองภาพรวม พฤติกรรมของ Gen Z กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมดิจิทัล แพลตฟอร์มต้องปรับตัวเพื่อให้เท่าทันกับพวกเขา เช่น Google ที่ต้องพัฒนาระบบค้นหาให้สอดคล้องกับการเสิร์ชที่เปลี่ยนไปจากข้อความเป็นวิดีโอ หรือแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่ต้องหันมาลงทุนกับอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์โซเชียลมากขึ้นแทนการทำโฆษณาแบบเดิม ๆ
ท้ายที่สุดเเล้ว Gen Z อาจถูกมองว่าเป็นเจนที่เติบโตมากับเทคโนโลยี แต่แท้จริงแล้ว พวกเขาไม่ใช่แค่ “ผู้ใช้” แต่เป็น “ผู้กำหนดทิศทาง” ของเทคโนโลยีในอนาคต โลกดิจิทัลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจหมุนตามพฤติกรรมของพวกเขามากกว่าที่เราคาดคิด
<< ติดตามหนังดี ซีรีส์ดังก่อนใครได้ที่ www.uhdmax.net | www.inwiptv.org >>