รีวิว The Tank (2025) รถถังเจ้าพยัคฆ์ เมื่อสมรภูมิกลายเป็นฝันร้ายที่หายใจไม่ออก
ถ้าคุณคิดว่าการกดดูหนังสงครามใน Prime Video ครั้งนี้จะได้เห็นการสาดกระสุนระห่ำกลางทุ่งหญ้าสเตปป์ ขอบอกเลยว่า The Tank (รถถังเจ้าพยัคฆ์) กำลังจะตบหน้าความคาดหวังนั้นฉาดใหญ่ เพราะงานนี้ผู้กำกับ เดนนิส กันเซล ไม่ได้พาเราไปรบแบบตะโกน แต่กลับจับเรายัดใส่กระป๋องเหล็กแคบ ๆ ที่เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อและคราบน้ำมัน ชนิดที่ชวนให้คนดูรู้สึกหายใจไม่ออกไปพร้อมกับพลทหารเยอรมันในเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นท่ามกลางสมรภูมิแม่น้ำนีเปอร์ปี 1943 เมื่อกลุ่มพลประจำรถถังไทเกอร์รอดตายจากการโจมตีมาได้แบบหวุดหวิด แต่ส้มดันหล่นใส่ให้ต้องรับภารกิจเสี่ยงตายสไตล์ Saving Private Ryan นั่นคือการบุกไปช่วยท่านนายพลที่ติดอยู่หลังแนวรบข้าศึก
แต่ขอโทษเถอะ ยิ่งรถถังคันนี้ตะลุยลึกเข้าไป บรรยากาศรอบข้างกลับยิ่งเพี้ยนไปไกล จากหนังสงครามดิบ ๆ เริ่มกลายร่างเป็นงานศิลปะสุดล้ำที่ผสมความหลอนระดับหนังสยองขวัญเข้าไปเฉยเลย
ความน่าสนใจมันอยู่ที่การที่หนังพยายามจะเดินตามรอยตำนานอย่าง Das Boot หรือ Apocalypse Now โดยใช้รถถังเป็นเหมือน ‘ไมโครคอสซึม’ หรือโลกใบจิ๋วที่สะท้อนความฟอนเฟะของสงคราม เราจะได้เห็นฉากที่ดูแล้วต้องขยี้ตาซ้ำอย่างรถถังดำน้ำ จนแอบตั้งคำถามในใจว่า “เฮ้ย พี่ครับ นี่มันเรื่องจริงหรือผมฝันไปเอง” ซึ่งดูเหมือนหนังจะจงใจให้เราหลุดเข้าไปในแดนสนธยาที่เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับสัญลักษณ์เริ่มพร่าเลือน ผ่านสีหน้าของ ร้อยโท แกร์เคนส์ ที่รับบทโดย เดวิด ชุตเตอร์ เราจะเห็นแววตาของคนที่แบกโลกไว้ทั้งใบ ไม่ใช่โลกแห่งชัยชนะหรอกนะ แต่เป็นโลกแห่งตราบาป
หนังใช้แฟลชแบ็กย้ำเตือนเราตลอดว่า ‘การทำตามคำสั่ง’ มันทำลายความเป็นมนุษย์ไปมากแค่ไหน รถถังคันนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นพาหนะ แต่มันคือคุกเคลื่อนที่ที่ขังจิตวิญญาณของผู้กระทำผิดเอาไว้ข้างใน
แต่ก็นั่นแหละค่ะเพื่อนเอ๋ย หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แนวบันเทิงเริงใจสำหรับทุกคน แม้ภาพจะสวยขลังและมีความเป็น Mea Culpa หรือการสารภาพบาปที่น่าสนใจ แต่จังหวะการเล่าเรื่องกลับอืดอาดจนเกือบหลับในช่วงกลาง แถมบทสรุปตอนท้ายยังเป็นแนวทิ้งคนดูไว้กลางทาง ด้วยตอนจบแบบปลายเปิดสุดกึ่งกฤตยาที่อาจทำให้หลายคนอยากปารีโมททิ้งได้ง่าย ๆ
สุดท้ายแล้วมันจึงดูเหมือนคอนเซปต์หนังชั้นดีที่ยังเปลี่ยนเป็นบทภาพยนตร์ที่กลมกล่อมไม่ได้เต็มร้อย พลังของมันยังไปไม่ถึงจุดที่จะทำให้เราจดจำได้เท่ากับบรรดาหนังครูที่มันพยายามอ้างถึง
📺 The Tank (2025) : 6️⃣.5️⃣ / 🔟
ให้ค่าความทะเยอทะยานที่อยากฉีกแนวหนังสงครามเดิม ๆ ให้กลายเป็นงานเชิงสัญลักษณ์ที่นุ่มลึก งานสร้างเนี้ยบมากและนักแสดงเล่นดีจนสัมผัสได้ถึงความกดดัน แต่เสียดายที่เล่าเรื่องวนไปวนมาและจบแบบใจร้ายกับคนดูสายแมสไปหน่อย เป็นรถถังที่เครื่องแรงแต่ดันขับวนอยู่ในอ่างนั่นแหละค่ะ

<< ติดตามหนังดี ซีรีส์ดังก่อนใครได้ที่ www.uhdmax.net | www.inwiptv.org >>





