slider2
slider3
previous arrow
next arrow
เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ ปะทะ เชลซี นัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ ปะทะ เชลซี นัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ ปะทะ เชลซี นัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ผลงานของ “เรือใบสีฟ้า” กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ทูเคิ่ล เข้ามากุมบังเหียน ทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างดุดัน จนสามารถจบซีซั่นด้วยอันดับท็อปโฟร์ พร้อมเข้ารอบชิงถ้วยใบโตยุโรป

สำหรับแมตช์นี้จะบรรเลงเพลงแข้งที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา ในประเทศโปรตุเกส เพื่อชิงโทรฟี่ “หูกาง” และนำกลับไปตั้งโชว์ในสโมสรตัวเอง

1. ไม่มีหน้าเป้าก็มันได้

ต้องยอมรับว่าทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี เป็นสองสโมสรที่สามารถใช้ผู้เล่นตำแหน่งอื่นขึ้นมาทำประตู โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้หัวหอกขนานแท้ทำหน้าที่ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

สำหรับทัพ “เรือใบสีฟ้า” คุ้นเคยกับการใช้การเล่น “ฟอลส์ไนน์” อยู่แล้ว โดยเลือกใช้ เควิน เดอ บรอยน์ กับ แบร์นาโด้ ซิลวา หรือบางครั้งก็ดัน ฟิล โฟเด้น กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ทำหน้าที่เป็นกองหน้าตัวหลอก

แท็กติกแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สมัยที่กุมบังเหียน “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เพียงแต่เจ้าตัวยังไม่เคยนำทีมที่ใช้ระบบนี้แล้วนักเตะสามารถช่วยกันยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนกับที่ แมนฯ ซิตี้ ทำได้ในฤดูกาล 2020/2021

 

ขณะที่ เชลซี มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะเริ่มต้นเกมนี้ด้วยการใช้วิธี “ฟอลส์ไนน์” แม้ โธมัส ทูเคิ่ล อาจจะเลือกส่ง ติโม แวร์เนอร์ เป็นตัวจริงแต่ก็คงจะให้นักเตะยืนลึก โดยอาจใช้ เมสัน เมาท์ กับ คริสเตียน พูลิซิช หรือ ไค ฮาแวร์ทซ์ ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวรุก ยืนเป็นแนวรุกให้กับ “สิงห์บลูส์”

คาดว่าเกมนี้จะเป็นการวัดกันที่แดนกลาง และเป็นการช่วงชิงจังหวะการเล่น รวมทั้งการหาพื้นที่ว่างในการส่งบอลให้แนวรุกทำประตู กระนั้นจุดเด่นของ เชลซี ก็คือการเล่นสวนกลับ ถ้าพวกเขาทำได้เหมือน 2 เกมที่เจอกับ แมนฯ ซิตี้ งานนี้สาวก “สิงโตน้ำเงินคราม” อาจได้เฮเลยทีเดียว

2. ได้เวลา 2 ดาวรุ่งโชว์ของ

ช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงสองดาวรุ่งฟอร์มแรงอย่างมากในฤดูกาลนี้นั่นก็คือ ฟิล โฟเด้น กับ เมสัน เมาท์ ซึ่งแน่นอนว่าหากทั้งคู่ไม่มีปัญหาบาดเจ็บ คงจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนัดชิงถ้วยใบโตยุโรปวันเสาร์นี้

โฟเด้น เกิดและเติบโตในฐานะเด็กท้องถิ่นและเจ้าตัวจะอายุครบ 21 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กลายเป็นสตาร์สามคนสำคัญในแนวรุกของ แมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลนี้ โดย “เป๊ป” มักจะใช้งานเขามากกว่า สเตอร์ลิง เนื่องจากชื่นชมการเล่นที่ดุดัน กล้าได้กล้าเสีย และพร้อมวิ่งทะลุทะลวงไม่กลัวคู่แข่ง ที่สำคัญในเกมใหญ่ๆ โฟเด้น พร้อมวิ่งกระชากลากเลื้อยเข้าไปทำประตูได้บ่อยๆ

ขณะที่ เมาท์ วัย 22 ปี เป็นนักเตะที่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างสุดยอดจนยึดตำแหน่งตัวจริงของ เชลซี ได้สำเร็จ แม้ต้นสังกัดจะทุ่มเงินช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาไปมหาศาลกว่า 200 ล้านปอนด์ (ราว 7,600 ล้านบาท) ในการเสริมเกมรุก แต่ เมาท์ สามารถสอดแทรกเข้ามาอยู่ในทีม และเป็นผู้เล่นคีย์แมนด้วย

เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ ปะทะ เชลซี นัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก

ศักยภาพของ เมาท์ ต้องบอกเลยว่ามีความหลากหลายมากๆ ทั้งการเล่นลูกฟรีคิกที่เฉียบคม และการคอยสร้างสรรค์เกม รวมไปถึงการเชื่อเกมระหว่างแผงมิดฟิลด์กับแนวรุก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เจ้าตัวทำได้อย่างยอดเยี่ยม และนี่คือจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ เชลซี มีโอกาสปราบ แมนฯ ซิตี้ ได้อีกครั้ง

ไม่ว่าผลการแข่งขันในแมตช์นี้จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม แต่คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เพราะทั้งสองคนคือเพชรที่ผ่านการเจียระไนมาแล้ว และจะมีส่วนสำคัญต่อ “สิงโตคำราม” ในศึกยูโร 2020 ช่วงเดือนมิถุนายนนี้

3. เตรียมความพร้อมในการดวลจุดโทษ

ในเกมนัดชิงชนะเลิศหลายคนคงได้เห็นแล้วว่ามันเป็นแมตช์ที่มีความตึงเครียดมากๆ ฉะนั้นมีโอกาสเหลือเกิดที่ทั้งสองทีมอาจจะพยายามเล่นแบบรัดกุม ยิ่งการที่ทีมจากประเทศเดียวกันมาเจอกันเอง ยิ่งรู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี เพราะสู้กันบ่อยๆ ในลีก

สำหรับเหตุผลนี้จึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่การตัดสินแชมป์อาจจะยาวไปจนถึงช่วงฏีกาเลยทีเดียว และในกรณีนี้ “สิงห์บลูส์” เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะพวกเขาเคยผ่านประสบการณ์เข้าชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง และต้องหาแชมป์ด้วยการตะบันจุดโทษ

เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ ปะทะ เชลซี นัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก

ครั้งแรกคือการแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2008 และอีกครั้งชนะ บาเยิร์น มิวนิค ปี 2012 ส่วน แมนฯ ซิตี้ ยังไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศนัดชิง แต่เรื่องสถิติการยิงจุดโทษของทีมในฤดูกาลนี้ก็ถือว่าพอใช้ได้เพราะพลาดแค่ 4 ครั้งจาก 11 จุดโทษ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นเกมที่ดวลกับ เชลซี โดย อเกวโร่ พยายามยิงจุดโทษ “ปาเนนก้า” แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ไม่หลงทางรับบอลเข้ามือแบบสบายอุรา และทีมก็แพ้ด้วยสกอร์ 1-2

ยิ่งการที่ได้เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดวลจุดโทษยาวกับ บียาร์เรอัล ในนัดชิง ยูโรปา ลีก ยิ่งทำให้ กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องมีการกำชับลูกทีมให้ซ้อมยิงจุดโทษ ไม่เว้นแม้แต่ เอแดร์ซอน ผู้รักษาประตู เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหมือนกับ ดาบิด เด เคอา

4. วัดกึ๋น “เป๊ป” VS ทูเคิ่ล

นี่คือการพบกันระหว่างสองคนสองคมในวงการลูกหนัง โดยทั้ง เป๊ป และ ทูเคิ่ล ต่างผ่านประสบการณ์โชกโชนในการกุมบังเหียน และได้วัดฝีมือกันอยู่บ่อยๆ สมัยที่ทำงานอยู่ในประเทศเยอรมนี

ย้อนไปเมื่อ 7 ปีก่อนทั้งสองคนเคยมีโอกาสพูดคุยกันภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่นครมิวนิค ซึ่งพวกเขาได้แลกเปลี่ยนแท็กติกลูกหนังกันอย่างเมามันนานหลายชั่วโมง โดยใช้ขวดเกลือ กับพริกไทยเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก ลองนึกภาพดูซิว่าแบบนี้บริกรจะกล้าเข้าไปแทรกในวงสนทนาหรือเปล่า

เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ ปะทะ เชลซี นัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก

เรื่องประสบการณ์และความสำเร็จแน่นอนว่า ทูเคิ่ล เป็นรอง เป๊ป หลายขุมเพราะกุนซือชาวสแปนิช ได้แชมป์รายการใหญ่มาแล้วถึง 31 รายการ (รวมทั้ง สแปนิช ซูเปอร์คัพ กับคอมมิวนิตี้ ชิลด์) ตลอด 13 ปีในอาชีพโค้ช แถมยังผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิส 3 ครั้งแต่นี่คือครั้งแรกในรอบ 10 ปี พร้อมกับคว้าแชมป์ได้ 2 ครั้งแรกตอนที่อยู่กับบาร์เซโลน่า

5. บุรุษผู้ครอบครองพื้นดินวัดฝีเท้ากับเพลย์เมกเกอร์ขั้นเทพ

ตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่า เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นสองมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก โดยแมตช์นี้ทั้งคู่ซึ่งผ่านความเช็คความฟิตเรียบร้อย น่าจะเป็นคีย์แมนสำคัญของ เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ก็องเต้ แสดงให้เห็นมาแล้วหลายต่อหลายเกมโดยเฉพาะในแมตช์ที่ปราบ เรอัล มาดริด รอบตัดเชือก ว่าเขามีพละกำลังเหลือเฟือในการวิ่งไล่บี้คู่แข่งเพื่อตัดบอล และยังวิ่งหาพื้นที่เพื่อคอยสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีม

<< รับชมบอลสด ทุกคู่ ครบทุกแมตซ์ เฉลี่ยเพียงแค่วันละ 10 บาท ที่ inwiptv >>