slider2
slider2
previous arrow
next arrow
[รีวิวซีรี่ส์] เด็กใหม่ Girl From Nowhere 1-2 | แนนโน๊ะกับภารกิจสั่งสอนและให้บทเรียนอันเจ็บปวด!

หลังเคยสร้างประสบการณ์ฮือฮากันมาแล้ว ในซีซันที่หนึ่ง คราวนี้ Girl From Nowhere กลับมาสานต่ออีกครั้งในซีซันที่สอง และในเมื่อซีซันแรกนั้น นายแพทไม่ได้เขียนถึงไป คราวนี้ก็เลยได้เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนถึง เด็กใหม่ ผลงานของ Jungka Bangkok, SOUR Bangkok ที่ครั้งแรกได้ฉายทางทีวี ผ่านมาอีกสามปีมีซีซันสองฉายลง Netflix และได้กระแสจากคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างแรง แถมหยิบจับเรื่องราวจริงในสังคมพูดถึงในแบบ ‘ไม่’ เรียล

เด็กใหม่ Girl From Nowhere

โดยรวม มันเป็นซีรีส์ที่ไม่ได้ตั้งใจจะประนีประนอมอยู่ก่อนแล้ว ใส่คาแรกเตอร์ให้ตัวเอกอย่าง แนนโน๊ะ เป็นเด็กนักเรียนคนใหม่ที่มุ่งหมายเข้าไปแทรกซึมในโรงเรียนต่างๆ เพื่อกระทำตนเป็นผู้พิพากษา-ศาลเตี้ย ด้วยแนวทางแบบเบี้ยวๆ เรื่องที่อิงจากพื้นฐานความจริงแต่เล่าให้เกินจริง เกินจะเชื่อ จุดประสงค์ก็คือมุ่งหมายจิกกัดสังคม ทั้งเป็นตัวแทนผู้ถูกย่ำยีช่วยแก้แค้นเอาคืนให้สาสม

เพราะในชีวิตจริง มันทำไม่ได้แบบนั้นนั่นเอง!

 

เรื่องย่อซีรีส์ ‘เด็กใหม่’

มันเป็นเรื่องของ แนนโน๊ะ เด็กสาวคนหนึ่งที่ดูลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่า เธอเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ จู่ๆ ก็เข้ามาเป็นเด็กใหม่ในโรงเรียน เป็นสาวสวยที่มีบุคลิกมั่นใจ มักพูดจาตรงไปตรงมา แถมยังชอบเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับทุกเรื่องแม้แต่สิ่งที่หมิ่นเหม่และผิดศีลธรรมอย่างไม่เกรงกลัวอะไร แต่ดูแล้ว เธอน่าจะมีเหตุผลบางสิ่งบางอย่าง

แนนโน๊ะ (คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล จากหนังซีรีส์เรื่อง The Serpent) เธอเป็นเด็กสาวที่เก่งรอบด้านจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเด็กสาววัยมัธยมฯ แต่เธอก็มักเป็นเด็กใหม่อยู่ตลอดเวลา เธอแว้บไปเรียนที่นั่น ที่นี่ อยู่ตลอดเวลา เธอเป็นใครกันนะ?

สิ่งที่เธอทำคือการสั่งสอนและให้บทเรียนอันเจ็บแสบและคาดไม่ถึง ซึ่งผู้ชมต้องใช้วิจารณญานมากพอสมควรเลยทีเดียว

 

รีวิวซีรีส์ ‘Girl From Nowhere’

ซีรีส์ระทึกขวัญแฟนตาซีเรื่องนี้ สร้างซีซันหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2018 ก่อนที่จะกลับมาต่อซีซันสองในปี 2021 ซีซันแรกก็สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่โคตรหมิ่นเหม่แต่มีแง่มุมจริง ความหวือหวาของคาแรกเตอร์แนนโน๊ะที่ดูแรง แรงไปทุกส่วน แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือคิทตี้ ชิชา ดูเซ็กซี่และน่ามองมากจริงๆ บุคลิกและลีลาการแสดง คือ นี่แหละแนนโน๊ะที่ผู้กำกับต้องการ

 

‘เด็กใหม่’ ซีซัน 1

เท่าที่ดูก็พบว่า บทดูจงใจ บทดูแปลกแปร่งดูไม่น่าเชื่อในบางจุด ตัวละครบางตัวเปลี่ยนท่าทีโดยข้ามผ่านพัฒนาการ นัยว่าการดู ‘Girl From Nowhere’ นี้ เแม้จะหยิบความจริงในสังคมขึ้นมาบอกเล่า แต่เรื่องราวมันจะดูเกินจริงไปอีกระดับ เวลาดูจึงต้องใช้อีกฟิลเตอร์หนึ่ง

ระหว่างที่ดู เราจะเข้าใจในเจตนาของเรื่องราวว่า ที่จริงแล้ว เขาต้องการจะสื่ออะไร โดยเฉพาะการเอาฉากที่มีเสียงแนนโน๊ะพูดประเด็นบางอย่างขึ้นมาก่อนตอนเริ่มต้น ให้คนดูได้เข้าใจคนทำว่าเขาต้องการจิกกัดสิ่งที่เป็นด้านลบมุมมืดของสังคมและความคิดผู้คน หลังแนนโน๊ะจัดหนักให้บทเรียนกับคนๆ นั้นเรียบร้อยแล้ว จึงปิดท้ายด้วยคำพูดของแนนโน๊ะอีกที

เด็กใหม่ Girl From Nowhere

หลายช็อตก็พยายามจะเน้นถ่ายชิชาให้มีความวับๆ แวมๆ ซึ่งเราว่า มันก็อาจจะได้ผลในการสร้างการพูดถึง ผู้ชายอาจชอบ แต่ผู้หญิงอาจหมั่นไส้ และอาจชักชวนให้บางคนรู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้มันเป็น male gaze รึเปล่า ด้านมุมกล้อง ยังค่อนข้างเน้นถ่ายแบบกึ่งแฮนด์เฮลด์ ให้ภาพดูไหวเบาๆ เกือบตลอดเรื่องซึ่งทำให้รู้สึกว่ามันมากจนเฝือเกินไป บทและการตัดต่อก็ดูไม่สมูท บทพูดตัวละครดูไม่ต่อเนื่อง ขณะที่เรื่องราวก็เดินไปอย่างเอื่อยๆ และไม่ค่อยมีมุมน่าสนใจ มองเห็นเพียงความจิตของแนนโน๊ะที่พยายามทำตัวเป็น mastermind ชักโยงคนอื่น เอาคืนหวังให้บทเรียนแบบเจ็บแสบ

ส่วนตัวค่อนข้างไม่ชอบเท่าไหร่กับบุคลิกที่จู่ๆ นึกอย่างจะหัวเราะร่าก็ระเบิดมันออกมา เลยจะค่อนข้างรู้สึกดีกับบางตอนที่เธอดูสุขุมและคนเขียนบทใส่ชั้นเชิงในการดำเนินเรื่อง ซึ่งก็พบว่ามีน้อยมาก

 

‘เด็กใหม่’ ซีซัน 2

จากซีซันแรกในปี 2018 มาถึงซีซันสองในปี 2021 สามปีผ่านไป ซีซันใหม่ลดจำนวนจาก 13 เหลือ 8 ด้วยโปรดักชันที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้เป็นไปทุกตอน มีบางส่วนที่ข้ามไปไกลนอกโรงเรียนมากขึ้น แต่สิ่งที่เหมือนเดิมก็คือ แนนโน๊ะที่ยังพร้อมจะก้าวไปเป็นเด็กใหม่ในทุกโรงเรียนเพื่อเอาคืนกับคนที่สร้างปัญหาสังคม เปิดโปงหลากหลายปัญหาในสังคม และเช่นเคยที่เธอจงใจจะแก้แค้นกับคนบางคนโดยละลืมจะมองให้รอบด้าน…อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการท้องในวัยเรียนก็ยังเลือกจะแก้แค้นกับชายผู้เห็นเพื่อนหญิงเป็นของเล่น โดยไม่ได้สนใจว่า ปัญหานี้เกิดจากอะไร ควรแก้ในจุดไหน สนใจแต่ว่าผู้ชายคือปัญหาที่ต้องทำให้เขาได้เห็นและรู้สึกด้วยตัวเอง, ปัญหาการรับน้องในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ที่เอาคืนแต่ชายหัวหน้าสตาฟเชียร์ เช่นนี้เป็นต้น

เด็กใหม่ Girl From Nowhere

แถมครั้งนี้ แนนโน๊ะยังไม่พบเจอเพื่อนใหม่ที่กลายเป็น ‘บางสิ่ง’ ลักษณะเดียวกันกับเธอ แนวคิดเดียวกันกับเธอ แต่กลายเป็นคู่แข่งในการแก้แค้นเอาคืนแต่เลือกทำให้วิถีที่แตกต่าง เธอคือ ยูริ (ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ จากซีรีส์เรื่อง เคว้ง และ The Deadline)​ ที่จะค่อยๆ ปรากฏตัวชัดเจนในเมื่อหลายตอนผ่านตาเราไป

เมื่อพิจารณาดูแล้วก็พบว่า 3 ตอนสุดท้ายของ Girl From Nowhere ค่อนข้างเขียนบทออกมาได้มีน้ำมีเนื้อและเรื่องดำเนินไปไหลลื่นน่าสนใจกว่าช่วงก่อนหน้ามาก หลังปูเรื่องยูริมาพอควร ก็ได้เวลาสองหญิงลึกลับได้ออกโรงพร้อมกันจริงจัง ตอน 6 ‘ห้องสำนึกตน’ ที่ทำเป็นหนังขาวดำปรับสัดส่วนจอให้แคบ แม้เรื่องราวจะเล่าในโรงเรียนแต่ก็อิงไปถึงสังคมและการเมืองได้เหมือนกัน ตอน 7 ‘Jenny X’ นี่ก็อิงไปกับชีวิตของเน็ตไอดอลและยูทูบเบอร์พ่วงกับเรื่องครอบครัว เขียนบทและเล่าเรื่องได้มีชั้นเชิงพอควร

ส่วนตอนสุดท้าย ‘อวสานแนนโนะ’ ก็แทบจะคล้ายเป็นบทสรุปที่ทำเผื่อไว้ถ้าพวกเขาจะสร้างซีซันใหม่ตามมา

 

โดยรวมๆ แล้ว เราได้อะไรจากซีรีส์ ‘เด็กใหม่’

โลกของ Girl From Nowhere นั้นไม่ได้เป็นแห่งความจริงที่เรายืนอยู่ แต่เป็นการสร้างโลกที่หยิบยืมความจริงในโลกไปสร้างเป็นโลกใหม่ที่บิดเบี้ยวไปจากที่เคย ถ้าจะถามว่า แล้วเราจะได้อะไรบ้างจากการดูซีรีส์แนวนี้ ก็คงจะรวมๆ แล้วได้ประมาณนี้

สะใจ! เรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้ เหมือนจะไม่ต้องการสืบเสาะหาต้นตอของปัญหา ไม่ต้องการจะค้นกระจายไปเพื่อความหลากหลายของแง่มุม แต่มุ่งเน้นต้องการแก้แค้นเอาคืนกับคนที่สร้างปัญหาในสังคมที่เห็นเด่นชัดที่สุด

เด็กใหม่ Girl From Nowhere

ได้แก้แค้น! เอาจริงๆ แนนโน๊ะ ตัวเอกของซีรีส์เรื่องนี้ ดูเป็นคนที่มองโลกในทางบิดเบี้ยว เห็นด้านเดียวของปัญหา และละเลยที่จะมองด้านอื่นที่เหลือ เลือกจะตัดสินผู้อื่นด้วยเพียงหนึ่งแง่มุม และใช้มันจัดการในสิ่งที่เธอคิดว่าถูก ซีซันแรก น่าจะเป็นสิ่งที่การันตีได้ เพราะส่วนใหญ่ นายแพทดูด้วยความรู้สึกเฉยๆ ออกไปทางน่าเบื่อ จนมาถึงซีซันสองที่ปรับให้ดีขึ้นทั้งมุมกล้อง บทพูด การถ่ายทำและตัดต่อ รวมไปทั้งดนตรีประกอบ เมื่อผู้เขียนบทเริ่มจะหาตัวละครอย่าง ‘ยูริ’ ขึ้นมาเพื่อขัดขาตัวเอกดั้งเดิม เลยได้เห็นมุมมองอื่นเพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่พ้นการแก้แค้นเอาคืนก็ตาม แต่บทท้ายๆ ก็ดูเหมือนจะสนุกและน่าสนใจมากขึ้น

มินนี่! หลังจากได้เจอตอน ‘มินนี่ 4 ศพ’ ที่ดูจะสะท้อนเอามาจากเหตุการณ์จริง แต่การได้ที่เห็นมินนี่ตัวจริงแสดงในตอน ‘Jenny X’ ทำให้เป็นตอนเดียวที่ทำนายแพทน้ำตาไหล เพราะ มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร เล่นบทดราม่าได้โดนหัวใจมาก แถมบทยังสร้างเซอร์ไพรส์ให้ผมได้อีก ถือว่าเป็นจุดดีอย่างหนึ่งได้เลย!

เด็กใหม่ Girl From Nowhere

นักแสดงเล่นดี! เล่นดีกันหลายคนเลยแหละ โดยเฉพาะในซีซัน 2 แต่เพราะบทที่อาจจะไปไม่ถึงขั้นนั้นเลยอาจทำให้ไม่ค่อยประทับใจมากนักในบางตอน

สุดท้าย เรื่องราวในสองซีซันของเด็กสาวผู้ไม่รู้ที่มาก็ได้จบลงไป ปล่อยให้เฝ้าคอยติดตามว่าจะซีซันถัดไปมาให้ชมกันต่อหรือไม่เท่านั้นเอง