slider2
slider2
previous arrow
next arrow
รีวิวซีรีส์ Loki | เมื่อเทพโลกิกลายเป็นตัวแปรป่วนเส้นเวลา!

เรื่องราวของเทพจอมเจ้าเล่ห์และช่างจ้ออย่างโลกิที่ถูกจับตัวไปอยู่ในองค์กรกำกับเวลา

ในบรรดาตัวละครในจักรวาลมาร์เวล ผู้คนส่วนใหญ่0tจดจำซูเปอร์ฮีโร่ได้ดีแม้แต่ตัวเล็กตัวน้อย แต่ก็มีเช่นกัน ที่ตัวละครกึ่งดีกึ่งร้ายที่ผู้คนให้การจดจำ ‘Loki’ คือตัวละครตัวนั้น แม้เขาจะดูร้ายอยู่บ้าง แต่หลายคนก็ไม่ได้เกลียดเขาเต็มร้อย หลายคนอาจเห็นใจเขาเสียด้วยซ้ำ แล้ววันหนึ่งวันนั้นก็มาถึง วันที่เขาจะมีซีรีส์ที่เล่าเรื่องของตัวเขาเองเป็นการเฉพาะ และมันก็อยู่ในบริการ Disney+

โลกิ พี่น้องของ ธอร์ บุตรแห่งโอดิน เขาคือ เทพผู้มีโอกาสจะได้ครอบครองแอสการ์ด แต่ก็กลับไม่ได้ครอบครอง เขาเป็นทั้งคู่แข่งของธอร์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ธอร์ห่วงใย ความเจ้าเล่ห์ ช่างจ้อ และเป็นผู้แพ้อยู่ตลอด สร้างคาแรคเตอร์ที่มีความสับสนในตัวเองและในจิตใจของคนดูอยู่ไม่น้อย

ว่าแล้ว ก็เปิดดูกันเสียหน่อยเนอะ!

 

เรื่องย่อซีรีส์ ‘Loki’

เรื่องราวที่ย้อนกลับไนปี 2012 บนสตาร์กทาวเวอร์ ที่โลกิ เลาฟิสัน (Tom Hiddleston จากหนังเรื่อง Avengers: Endgame, Kong: Skull Island และ High-Rise) ขโมยอัญมณีเทสเซอร์แรคท์ไป ทำให้เขาถูกองค์การกำกับสาขาเวลา (หรือที่เรียกย่อๆ กันว่า TVA) จับตัวไปคุมขังกักตัว ในข้อหาละเมิดเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ และเขาถูกเรียกว่า ‘ตัวแปร’ (Variant)

ขณะเดียวกัน องค์การกำกับสาขาเวลา ก็กำลังเผชิญเหตุไม่คาดฝัน มีคนจู่โจมและขโมยตะเกียงประจุรีเซ็ตไป โมเบียส (Owen Wilson จากหนังเรื่อง Wonder, No Escape และ Midnight in Paris) เจ้าหน้าที่คนสำคัญผู้ดูแลงานนี้อยู่ก็ถูกเรียกให้มารับหน้าที่ดูแลเป็นการเฉพาะ เขามีเป้าประสงค์ต้องการให้โลกิช่วยจับตัววายร้ายตัวแปรตัวนี้แลกกับการได้พบผู้พิทักษ์เวลา

แต่การโน้มน้าวเทพตนนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายดายอย่างที่เขาคิด

 

รีวิวซีรีส์ ‘Loki’

ซีรีส์เรื่องนี้บอกกับเราว่า โลกนี้มีผู้พิทักษ์เวลา เทพที่คอยควบคุมกระแสเวลาให้เดินไปอย่างถูกต้อง เดินไปตามครรลอง ถ้ามองอย่างนี้ ก็เหมือนจักรวาลมาร์เวลจะมองว่า ทุกสิ่งถูกกำหนดไว้แล้ว จะเปลี่ยนแปลงหรือแทรกแซงมิได้ และเมื่อพวกเขามองว่าโลกิคือคนที่แทรกแซง เขาจึงเข้าจับกุม แต่โลกิก็มองว่ามันเป็นองค์กรกิ๊กก๊อกที่ทำแต่เรื่องไร้สาระ เทพทั้งสามผู้ควบคุมเส้นเวลาก็ถูกเขามองว่าเป็นกิ้งก่าอวกาศ 3 ตัว แต่งานนี้เขาถูกชักชวนให้กลายเป็นผู้ช่วย

เทพจอมเจ้าเล่ห์ผู้ก่อกวนเส้นเวลา กลายเป็นผู้ล่วงรู้ความลับในองค์กร

แต่ที่จริงแล้ว เจ้าหน้าที่โมเบียสผู้นี้ต่างหากที่คิดการใหญ่และดูจะไว้เนื้อเชื่อใจตัวเองเอามากๆ ว่าจะเกลี้ยกล่อมให้โลกิยินยอมให้การช่วยเหลือ ด้วยเพราะตอนนี้องค์การกำกับสาขาเวลาของเขากำลังมีปัญหาที่แก้ไม่ตก เพราะมีวายร้ายที่สังหารทีมงานบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ สังหารเสร็จก็เก็บตะเกียวประจุรีเซ็ตไปด้วย และคนผู้นั้นก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นโลกิอีกคนหนึ่งนั่นเอง

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเวลา การเล่าจึงสลับไปสลับมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เดี๋ยวเล่าที่นั่นที เดี๋ยวเล่าที่นี่ที แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะสัมผัสได้คือ การได้มองเห็นตัวตน ความรู้สึกนึกคิดของโลกิแบบใกล้ชิด เราจะได้เห็นว่า เขารู้สึกเสียใจกับอะไร สิ่งใดคือปมที่เขาเศร้าซึมอยู่ข้างใน และการแสดงของ ทอม ฮิดเดิลสตัน ก็ส่งออกสิ่งนั้นออกมา

นอกจากการได้ติดตามชีวิตของโลกิแล้ว เราก็ยังได้พบกับองค์กรใหม่ที่โลกเพิ่งรู้ว่ามี องค์การกำกับสาขาเวลา หรือ TVA นี่ดูจะยิ่งใหญ่มากมายทีเดียว ถึงขนาดจับตัวเทพโลกิได้ย่อมไม่ธรรมดา แถมอำนาจเวทมนตร์ยังไม่อาจใช้งานได้เมื่ออยู่ที่นี่เสียอีก การเข้าไปในฐานะนักโทษกึ่งผู้ช่วยงามของโลกิ พาให้เขาได้ล่วงรู้บางสิ่งบางอย่าง ความ(ทะนงตนว่าเป็นเทพที่)ฉลาดทำให้เขาค่อยปรับเปลี่ยนตัวเองจากตัวร้ายให้กลายเป็นคนที่มองเห็นไส้ในขององค์การนี้

และจำเป็นต้องสาวไส้มันออกมาในที่สุด

 

ความเชื่อใจที่กลายเป็นความยุ่งเหยิง

โมเบียสต้องคอยทำงานร่วมกับผู้พิพากษาราวอนน่า เรสสเลเยอร์ (Gugu Mbatha-Raw) คนที่เป็นทั้งเพื่อนและผู้บังคับบัญชา เธอดูจะเชื่อใจโมเบียสอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้โมเบียสจัดการตามใจอยู่ได้นาน

ขณะเดียวกัน โมเบียสก็ดูจะเชื่อใจต่อโลกิอยู่ไม่น้อย แม้จะถูกทัดทาน แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะเกลี้ยกล่อมให้โลกิหันมาช่วยเขาแก้ปัญหา ทั้งที่เขาก็รู้ดีว่า โลกิเป็นเทพที่เดาใจยาก เจ้าเล่ห์ ช่างจ้อช่างเจรจา [ซีรีส์เรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยบทสนทนา] ความเชื่อใจดังกล่าวกลายเป็นความยุ่งเหยิง องค์การกำกับสาขาเวลา หรือ TVA ต้องปั่นป่วนเพราะเทพตนนี้

แถมโลกิยังไม่ได้มีร่างเดียวอีกต่างหาก

หลากหลายความรู้สึกที่ได้ระหว่างดู ‘โลกิ’ เดอะซีรีส์

ครั้งแรก ที่ได้เปิดดู กลับพบว่ามันเริ่มต้นด้วยความราบเรียบไร้ความตื่นเต้นจนชวนง่วงไปเสียด้วยซ้ำ จนต้องพักไปสองสามวันแล้วกลับมาเปิดดูใหม่ คราวนี้ลองเปิดในโน้ตบุ๊ก ซึ่งผลของการดูหนสองบนหน้าจอที่แตกต่าง กลับพบว่า มันกลายเป็นซีรีส์ที่ดูสนุกกว่าเดิม และได้พบว่า ตั้งแต่ช่วงท้ายของตอนที่สองเป็นต้นไป มันทำให้หัวใจเต้นตึกตักกว่าเดิม เรื่องราวเริ่มสนุกขึ้น มีสีสันขึ้น ผิดจากครั้งแรกที่เปิดดู

จากจุดเริ่มต้นที่เปิดตัวให้เราได้รู้จักกับ TVA กับภารกิจที่ถูกขอกึ่งบังคับให้ทำ จนในที่สุด เราก็ได้พบกับเรื่องลับภายในองค์กร และได้รับรู้ถึงการมีหลากหลายตัวตนของโลกิ โดยเฉพาะที่มีตัวละครอย่าง ซิลวี่ (แสดงโดย Sophia Di Martino จากหนังเรื่อง Yesterday และซีรีส์เรื่อง Flowers) การที่เขาเขียนบทให้โลกิมีหลายร่าง หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงสวย ทำให้โลกิหวั่นไหวไม่น้อย เป็นเรื่องราวที่ทำให้คนดูรู้สึกประหลาด ต้องเหงาแค่ไหนกันนะ ถึงจะรู้สึกอะไรกับตัวเองได้เนี่ย

มีร่างหนึ่งเป็นจระเข้ บางคนเลยเรียกมันว่า เข้กิ เหอๆ น่ารักดี

ซีรีส์ที่มีความยาว 6 ตอน (ตอนละ 40-50 นาที) บางตอนมีฉากแถมพิเศษให้ด้วย อาจเป็นซีรีส์ที่เครื่องค่อยๆ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามเลขลำดับตอน โปรดักชันการจัดสร้างฉาก จัดว่าทำได้เนียน พอๆ กับมุมกล้องที่ติดว่าเรียบดูดีมีราคา ขาดความหวือหวา ลูกเล่นมุมกล้องมีไม่มากนัก ขณะที่ดนตรีประกอบนับว่าโดดเด่นขึ้นมาในหลายจุด ส่วนซีจีบางส่วนทำได้ดี และบางส่วนถือว่าพอผ่าน

โดยรวม เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ค่อนข้างดี และแฟนมาร์เวลไม่ควรพลาดเลย!